Archive for December, 2011

สาว ๆ ลองฉีกแนวกฎเหล็กของการแต่งหน้า มาทดลองหาอะไรสนุก ๆ เล่นกันดีกว่า ก่อนอื่นต้องลบภาพเมคอัพโทนสีนู้ดที่ดูจัดชืดไร้อารมณ์แถมยังดูไม่มีชีวิต ชีวาไปได้เลยนะคะ แล้วมาเริ่มทำพิสูจน์ความสวยสดใสกับเมคอัพสีสันจัดจ้าน โดยไม่ต้องลังเลใจเชียวล่ะ เพราะเทรนด์แฟชั่นสมัยนี้มาเร็วไปเร็วมาก ๆ สาว ๆ อย่างเรา ๆ อย่ามัวยึดติดกับอะไรเดิม ๆ อยู่เลยค่ะ แต่งแต้มสีสันให้สดใสกันให้เต็มที่ไปเลยดีกว่า ว่าแล้วไปลุยกันเลยค่ะ…

           Step By Step

  ก่อนจะจัดการกับสีสันบนใบหน้าต้องเคลียร์ผิวหน้าให้ปริ๊งค์ก่อนนะคะ การลงรองพื้นที่ดีก็เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งหน้าให้อกมาสวยสมบูรณ์แบบค่ะ เริ่มจากการลงครีมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ถ้าหากต้องออกแดดอย่าลืมกันแดดเสริมเข้าไปด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงขาดครีมกันแดดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงค่ะ อย่าปล่อยให้ผิวหน้าถูกทำลายจนหมองคล้ำเชียวนะจ๊ะ

  จากนั้นตามด้วยรองพื้น ควรเลือกสีที่อ่อนกว่าสีผิวจริง ๆ 1 ระดับทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ใช้วิธีการเกลี่ยด้วยปลายนิ้วและตามด้วย พัฟกดทับให้เนื้อรองพื้นเนียนเรียบไปกับผิว ก่อนปัดทับด้วยแป้งฝุ่นอีกครั้งหนึ่ง

  มาต่อกันที่ขั้นตอนการแต่งดวงตาคู่สวยให้ดูมีเสน่ห์ เพื่อให้ได้สีอายแชโดว์ที่ชัดเจนและติดทนนานตลอดทั้งวัน เริ่มจากการลงอายแชโดว์เนื้อครีมสีเบส นำมาเกลี่ยรองพื้นให้ทั่วทั้งเปลือกตา จากนั้นค่อยทาทับด้วยอายแชโดว์สีสันจัดจ้านตามสไตล์คุณ อย่ามัวแต่สนุกกับการเล่นสีสันมากเกินไปนะคะ ต้องจับคู่สีให้เข้ากันด้วยนะจ๊ะ อย่างเช่น เหลือง-ส้ม หรือ ชมพู-ม่วง ก็นับว่าเป็นสีที่น่าสนใจความสวยเปล่งประกายของดวงตายังไม่หมดเท่านี้ ให้เพิ่มไฮไลท์ที่หัวตาและโหนกคิ้วเข้าไปอีกนิด เขียนอายไลเนอร์อีกหน่อย แล้วปัดมาสคาร่าให้ขนตาเป็นแพหนาเด้ง

  หลังจากแต่งตาเสร็จแล้วไล่ลงที่แก้ม เลือกบลัชออนสีที่เข้ากัน ถ้าแต่งหน้าโทนสีร้อนแรงให้เลือกใช้บลัชออนสีอิฐ เฉดลงบริเวณโหนกแก้ม แต่หากเป็นสีโทนเย็นที่ตรงกันข้าม ให้เลือกใช้บลัชออนสีชมพู เสริมความน่ารักอ่อนโยนเข้าไป ทำให้แก้มอมชมพูระเรื่ออย่างสาวสุขภาพดี

  ปิดท้ายขั้นตอนสำคัญด้วยการเนรมิตริมฝีปากอวบอิ่ม หยิบลิปบาล์มขึ้นมาทาให้ริมฝีปากชุ่มชื่นก่อน แล้วตามด้วยลิปสติกเนื้อแมทช์ที่มีเนื้อลิปละเอียด ทำให้สีสันที่ได้จัดจ้าน ลองใช้พู่กันแตะเนื้อลิปสติกแล้วนำมาระบายลงบนริมฝีปากแทนการทาโดยตรง จะทำให้ได้สีสันสม่ำเสมอ ก่อนจะระบายลงไป อย่าลืมวาดร่างแนวริมฝีปากให้ได้รูปด้วยนะจ๊ะ เสร็จออกมาจะได้ปากเรียวงามสมใจ

           Beauty Tips…

           สีสันของเมคอัพจะสามารถช่วยให้คุณสวยสดใสได้ก็จริง แต่อย่าลืมเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์โทนสีให้ดีล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นงิ้วหลงโรงแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะคะ เคล็ด ลับของการแต่งแต้มสีสันให้ดูกลมกลืนก็คือให้เลือกเน้นส่วนใดส่วนหนึ่งบนใบ หน้า อย่างเช่นตาหรือปาก แล้วลดทอนสีสันส่วนอื่นให้เป็นเฉดที่อ่อนลงมา รับรองไม่มีพลาดแน่นอนค่ะ.

แสงแดดที่แผ่รังสีทั้งยูวีเอและยูวีบีมากขึ้นทุกวัน ๆ ยิ่งทำให้สาว ๆ เสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาผิวสารพัด โดยเฉพาะผิวหน้าที่แสนบอบบาง แต่กลับโดนแสงแดดมากที่สุดแล้ว เกิดหมองคล้ำ หรือเกิดริ้วรอยจุดด่างดำขึ้นมาทีล่ะก็ต้องกุมขมับกันใหญ่เลยล่ะ เพราะมันบั่นทอนความสวยใสของสาว ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย และปัญหาผิวที่สาว ๆ พะวงกันมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของกระบนใบหน้า ที่รักษาไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนกับปัญหาหน้าหมองคล้ำนะจ๊ะ ดังนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำวิธีป้องกันและลดเลือนกระบนใบหน้ามาฝากกัน ไปดูกันว่าการลดเลือนกระนั้นทำยังไงได้บ้าง

        1. หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากเท่าที่จะมากได้ หรือก็คืออย่าสัมผัสแสงแดดโดยไม่จำเป็นค่ะ แม้ว่าแสงแดดจะเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันก็ตาม แต่เชื่อเถอะค่ะว่า สาว ๆ สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ แค่ไม่ออกจากบ้านหรือยืนกลางแดดเวลานาน ๆ ก็ช่วยได้เยอะแล้ว

        2. ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ไม่ว่าจะเผชิญแสงแดดน้อยหรือมากก็ตาม อย่าไว้ใจรังสียูวีที่แผ่ออกมาอยู่รอบ ๆ ตัวเรานะคะ

        3. หลังจากสครับใบหน้า หรือใช้สูตรพอกหน้าผลัดเซลล์ผิวต่าง ๆ หรือการใช้ AHA ไม่ควรออกแดดเป็นอันขาด ไม่ว่าจะทาครีมกันแดดป้องกันแล้วก็ตาม เพราะสภาพผิวจะบางและไวต่อแดดมาก ดังนั้น ถ้าหากจะสครับหน้า พอกหน้า ผลัดเซลล์ผิว ขอให้เลือกทำในวันก่อนวันหยุดที่คุณไม่ได้ออกจากบ้านค่ะ

        4. รักษากระด้วยหัวไชเท้า ล้างหัวไชเท้าให้สะอาด ยิ่งสดยิ่งดี จากนั้นนำมาฝานบาง ๆ ถูบนใบหน้าบริเวณที่มีกระวันละ 5-10 นาทีแล้วล้างออก แล้วทาครีมบำรุงตามปกติ จะช่วยลดเลือนกระให้จางลงจนแทบมองไม่เห็นได้ แต่ต้องใช้เวลานานสักหน่อยนะคะ ดังนั้นทางที่ดี สาว ๆ ควรซื้อหัวไชเท้าติดตู้เย็นไว้อย่าให้ขาด แล้วใช้สูตรนี้ไปเรื่อย ๆ ทุกวันค่ะ

        5. สูตรมะเขือเทศกับมะนาว นำมะเขือเทศ 1 ผลมาบดแล้วบีบน้ำมะนาวลงไป 6-7 หยด จากนั้นทาเฉพาะบริเวณที่เป็นกระเท่านั้น เพราะจะแสบหน่อยค่ะ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ทำทุกวันกระจะดูจางลง

        6. สูตรน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะนาว นำน้ำมันมะพร้าวมาผสมกับน้ำมะนาวในปริมาณที่เท่ากัน เช่นจะแต้ม 4-5 จุดก็ใช้เพียงอย่างละ 4-5 หยดก็เพียงพอ จากนั้นนำไปแต้มบริเวณที่มีกระ ทำทุกวันไปเรื่อย ๆ กระจะดูจางลงเช่นกัน

        7. เลเซอร์ เลเซอร์มักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ที่มีปัญหากระ แต่มักจะได้ผลดีกับผู้ที่เป็นกระชนิดตื้นมากกว่า ส่วนกระลึกนั้นรักษายากและไม่ค่อยได้ผลนัก อย่างไรก็ดี ถ้าหากเลือกที่จะรักษากระด้วยวิธีนี้ สาว ๆ ควรดูแลเรื่องครีมบำรุงและครีมกันแดดให้มากขึ้น เพราะถ้าหากละเลยแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้กระกลับมาขึ้นเหมือนเดิม เผลอ ๆ ยิ่งชัดกว่าเดิมอีกค่ะ

          ทั้งนี้ ปัญหากระ ถือว่าเป็นปัญหาผิวหน้าที่รักษากันยากมาก ดังนั้นถ้าหากสาว ๆ อยากจะรักษาจริง ๆ ควรค่อยเป็นค่อยไปและใช้ความอดทนกันหน่อย โดยเฉพาะคนที่เลือกใช้สูตรจากธรรมชาติที่ต้องทำทุก ๆ วันอย่างที่บอกไปข้างต้น ส่วนจะได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมมาบอกกันบ้างนะคะ อิอิ

เด็กที่วันๆ เอาแต่เล่นเกมส์ออนไลน์ ไม่อ่านหนังสือเรียน การบ้านก็ไม่ทำ งานบ้านก็ไม่เคยคิดจะหยิบจับช่วยเหลือพ่อแม่ ทานอาหารแล้วไม่รู้จักล้างจานชาม เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างพฤติกรรมของ “เด็กไม่เอาถ่าน”


ทำไมจึงเรียก “เด็กไม่เอาถ่าน” 
คาดกันว่าคำนี้มีที่มาจากคำเดิม คือ “เหล็กไม่เอาถ่าน” เพราะในสมัยก่อนนั้น การหลอมเหล็กหรือตีอาวุธจากเหล็กให้แข็งแกร่งนั้น จำเป็นต้องใช้ถ่านในการก่อเปลวไฟจนลุกโชน เพื่อให้ความร้อนแก่เหล็ก แล้วถ่านหรือคาร์บอนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ในเนื้อเหล็กหลังจากการถลุง ถ้าเหล็กไม่มีถ่านผสมอยู่เลย เหล็กนั้นจะมีคุณภาพต่ำ ไม่แข็งและเหนียวพอที่จะเรียกว่า เหล็กกล้า แต่หากมีมากเกินไปจะทำให้เหล็กเปราะ เหล็กที่ดีควรมีคาร์บอนเข้าไปผสมอยู่ประมาณ 0.1 – 1.8%


ช่างตีอาวุธจากเหล็กในสมัยโบราณ จำเป็นต้องคิดค้นหากลวิธี เพื่อขจัดปัญหาดาบหัก เพราะแสดงถึงกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ดีทำให้เหล็กไม่เอาถ่าน จนกลายเป็นคำพูดติดปาก เปรียบเทียบนิสัยคนกับอาวุธว่า “เหล็กไม่เอาถ่าน”


ใครที่ชอบทานสับปะรด ทราบหรือไม่ว่า สับปะรดสามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีมาฝากกัน… วิธีทำ คือ คั้นสับปะรดสดๆ เอาแต่น้ำมาชโลมพอกที่ใบหน้า ยกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะกับสาวๆ ที่มีใบหน้ามัน และนอกจากนี้น้ำสับปะรดยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำต่างๆ บนใบหน้าได้ดี ข้อแนะนำวิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่เป็นสิว เพราะไม่เช่นนั้น สับปะรดอาจจะกัดหน้าได้ ถ้าอยากมีใบหน้าที่สวยใส ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันไดนะคะ

 รับบทบาทเป็นแม่สื่อยุคไฮเทค แนะนำหนุ่มสาวให้รู้จักปิ๊งรัก แต่งงานกันไปก็หลายคู่ ด้วยฐานลูกค้าคนโสดที่อยากมีคู่กว่า 3,000 คนในปัจจุบัน ล่าสุด นิกกี้-นิธินันท์ อัศวทร ผู้บริหารสาวเจ้าของบริษัทจัดหาคู่ “มีท แอนด์ ลั้นช์” (Meet N Lunch) เลยขอจัดทำโพลล์สำรวจทัศนคติหนุ่มสาวกรุงเทพฯ เกี่ยวกับการหาคู่ครองในยุคนี้ ผ่านแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่มีทั้งสมาชิกที่มาใช้บริการหาคู่ รวมทั้งประชาชนทั่วไปจำนวน 800 คน แบ่งเป็นเพศหญิง 70% (อายุระหว่าง 25-50 ปี) เพศชาย 30% (อายุระหว่าง 30-55 ปี) ในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนกรุงเทพฯ และจบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรี

          สำหรับเกณฑ์ในการเลือกคู่ครองของหนุ่มสาวยุคนี้ ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า ทั้งผู้ชายและผู้หญิงคำนึงถึงค่านิยมและทัศนคติเป็นอันดับแรกในเกณฑ์การเลือกคู่ โดยสิ่งที่สำคัญรองลงมาสำหรับฝ่ายชายในการเลือกคู่ คือ รูปร่างหน้าตา ในขณะที่ฝ่ายหญิงจะให้ความสำคัญกับพื้นฐานครอบครัวของฝ่ายชายเป็นอันดับรองลงมา โดยมีรูปร่างหน้าตาอยู่ในอันดับสุดท้าย

          โดย 68% ของผู้ชายเลือกค่านิยมและทัศนคติตรงกันของผู้หญิง เป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุด ตามมาด้วยลักษณะภายนอก (ส่วนสูง น้ำหนัก หน้าตา) พื้นฐานครอบครัว การศึกษา อาชีพ และรายได้ เป็นอันดับท้ายสุด ในขณะที่ฝ่ายหญิง 67% ให้ความสำคัญกับค่านิยมและทัศนคติเป็นอันดับแรกเช่นเดียวกัน รองลงมาคือ พื้นฐานครอบครัว รายได้ อาชีพ การศึกษา และลักษณะภายนอกอยู่ในอันดับท้ายสุด

          ในขณะเดียวกัน ฝ่ายหญิงจะให้ความสำคัญกับการศึกษาของเพศตรงข้ามมากกว่าผู้ชาย โดย 2 ใน 5 ของผู้หญิงรับไม่ได้หากฝ่ายชายมีการศึกษาน้อยกว่า และ 3 ใน 5 ของผู้หญิงรับไม่ได้หากฝ่ายชายมีรายได้น้อยกว่า ในขณะที่ 3 ใน 5 ของผู้ชายรับได้ หากฝ่ายหญิงมีการศึกษาหรือมีรายได้น้อยกว่าตน

          โดยในด้านรายได้ของคู่ครอง ฝ่ายหญิง 2 ใน 3 บอกว่า อยากเจอผู้ชายที่มีรายได้เท่ากัน หรือมากกว่าเท่านั้น ในขณะที่ผู้ชาย 2 ใน 3 ไม่อยากเจอผู้หญิงที่มีรายได้มากกว่า โดยบางส่วนให้เหตุผลว่า กลัววิถีชีวิต หรือไลฟ์สไตล์จะแตกต่างกันเกินไป

          ด้านการศึกษา จากการสำรวจพบว่า ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการศึกษามากกว่าฝ่ายชาย โดยหญิง 40% รู้สึกรับไม่ได้หากฝ่ายชายมีการศึกษาต่ำกว่า และ 64% ของฝ่ายหญิงคาดหวังว่าฝ่ายชายต้องจบการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญาตรี และ 33% อยากให้จบการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญาโท ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง 2 ใน 3 ของผู้ชายรับได้ ถ้าผู้หญิงมีการศึกษาน้อยกว่า และ 80% หวังว่าผู้หญิงควรจบการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญาตรี

ในเรื่องของอายุ ครึ่งหนึ่งของผู้ชายไม่อยากเจอผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งบอกว่ารับได้ โดยผู้ชายส่วนใหญ่มองหาผู้หญิงอายุ 25 ถึง 30 ปี ด้วยเหตุผลเรื่องการมีบุตร ในขณะที่ฝ่ายหญิง 34% คิดว่ารับได้หากฝ่ายชาย มีอายุน้อยกว่าไม่เกิน 5 ปี และอีก 22% รับไม่ได้หากฝ่ายชายเด็กกว่า

          ประเด็นส่วนสูง เป็นที่น่าแปลกใจว่า 2 ใน 3 ของฝ่ายชายไม่มีปัญหาเรื่องส่วนสูงของฝ่ายหญิง หากฝ่ายหญิงสูงกว่า ในขณะที่ฝ่ายหญิงค่อนข้างให้ความสำคัญกับส่วนสูงของผู้ชาย โดย 2 ใน 3 ของฝ่ายหญิงบอกว่ารับไม่ได้ ถ้าฝ่ายชายเตี้ยกว่า

          สถานภาพการสมรส แม้ตัวเลขการหย่าร้างจะสูงขึ้นในปัจจุบัน และทำให้คนส่วนมากยอมรับได้มากขึ้น โดยเฉพาะสาวไทยส่วนใหญ่ ที่บอกว่าพวกเธอไม่มีปัญหาถ้าจะเดทกับผู้ชาย ที่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อนหรือมีลูกติด แต่ในทางกลับกัน ฝ่ายชายจำนวนเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่รู้สึกรับได้ หากฝ่ายหญิงเคยผ่านการแต่งงานมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านเชื้อชาติซึ่งสำรวจพบผู้ชายไทยกว่า 92% ของกลุ่มตัวอย่างชอบผู้หญิงไทยเชื้อสายจีน

          เป็นส่วนหนึ่งของภาพสะท้อนของทัศนคติการ “เลือกคู่” ของหนุ่มสาวในยุค 2010 ผ่านโพลล์สำรวจครั้งนี้ …

Holiday Palace น้ำจำเป็นต่อร่างกายอย่างไร
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ หรือสัตว์ ร่างกายต้องการน้ำสะอาดอย่างน้อย

วันละ 6 – 8 แก้ว ทำหน้าที่เป็นตัวทำละลาย และพาสารอาหารต่าง ๆ รวมทั้งออกซิเจน
ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งควบคุมอุณหภูมิ ขับของเสียออกจากร่างกาย 
และหน้าที่อื่น ๆ อีกมากมาย

น้ำประปาผลิตมาได้อย่างไร
น้ำประปา เป็นน้ำที่ผ่านขบวนการต่าง ๆ หลายขั้นตอน กว่าจะเป็นน้ำประปาซึ่งสะอาด ปราศจาก

เชื้อโรคต่าง ๆ และให้บริการถึงบ้านประชาชน ขั้นตอนการผลิต เริ่มด้วยการสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำ
ธรรมชาติมาปรับปรุงคุณภาพน้ำเบื้องต้นก่อน ด้วยการเติมสารเคมี เช่น สารส้ม และปูนขาว เพื่อช่วย
ให้มีการจับตัวของตะกอนได้ดียิ่งขึ้น Holiday Palace  แล้วส่งผ่านไปยังถังตะกอน ตะกอนขนาดใหญ่น้ำหนักมากจะ
ตกลงสู่ก้นถัง เป็นการกำจัดสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ที่รวมอยู่ในตะกอนออกไป ได้แก่ ความขุ่น จุลินทรีย์ ฯลฯ 
ส่วนน้ำใส จะส่งผ่านไปสู่กระบวนการกรองที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกำจัดตะกอน และจุลินทรีย์ 
ส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ในน้ำ ทำให้น้ำมีความใสมากขึ้น และในขั้นตอนสุดท้าย น้ำจะถูกนำไปผ่าน
ขบวนการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน เพื่อให้น้ำสะอาด สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย

มั่นใจได้อย่างไรว่าน้ำประปา “สะอาด ปลอดภัย”
ทุกขั้นตอนในระบบการผลิตก่อนจ่ายน้ำสู่เส้นท่อ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในระบบเส้นท่อ 

และจากบ้านเรือนผู้ใช้น้ำ จะมีนักวิทยาศาสตร์ ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
เป็นประจำ เพื่อการควบคุมคุณภาพน้ำประปา ให้ได้ตามเกณฑ์คุณภาพน้ำดื่มของ
องค์การอนามัยโลก (WHO) และเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ดื่มน้ำสะอาด ปลอดภัย

น้ำมีกลิ่นคลอรีนอันตรายหรือไม่
ระบบประปาในประเทศไทยส่วนใหญ่ ใช้สารคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ และเหลือคลอรีนตกค้าง

ในปริมาณที่พอเหมาะ ตามเกณฑ์คุณภาพน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลกกำหนด จึงไม่เป็นอันตราย
ต่อสุขภาพ หรือทำให้เจ็บป่วย กลิ่นคลอรีนในน้ำแสดงถึงความปลอดภัย ยืนยันได้ว่าน้ำนั้นสะอาด
ปราศจากเชื้อโรค หากไม่ชอบกลิ่นคลอรีน ก็สามารถกำจัดได้ง่าย โดยรองน้ำใส่ภาชนะสะอาด 
ตั้งทิ้งไว้ 20 – 30 นาที แล้วจึงนำไปดื่ม หรือนำไปต้มโดยเปิดฝากาไว้ กลิ่นคลอรีนก็จะระเหยหมดไปเอง

น้ำประปาปราศจากเชื้อโรคจริงหรือไม่
น้ำประปาที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีนแล้ว จะไม่มีสิ่งมีชีวิตพวกเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ 

และจะมีคลอรีนเหลืออยู่ในน้ำอีกส่วนหนึ่ง ที่จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรค ที่อาจจะปนเปื้อน
ระหว่างการจ่ายน้ำผ่านท่อประปา แต่ถ้าภาชนะรองรับน้ำในบ้านสกปรกมาก คลอรีนหลงเหลือ
ก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ได้ ดังนั้น ภาชนะที่รองรับน้ำประปาเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมีความ
สะอาดด้วย จึงจะทำให้น้ำประปาสะอาดเมื่อนำไปดื่ม Holiday Palace 

ผลดีของการดื่มน้ำประปา
-   มั่นใจได้เรื่องความสะอาด และความปลอดภัยต่อสุขภาพ

   มีนักวิทยาศาสตร์ตรวจวิเคราะห์น้ำประปาสม่ำเสมอ
-   ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด 

   ซึ่งแพงกว่าน้ำประปาถึง 1,000 เท่าแต่คุณภาพดีเท่ากัน
-   ช่วยลดปัญหาของสิ่งแวดล้อมจากขยะขวดพลาสติก ซึ่งยากแก่การทำลาย
-   น้ำประปาส่งถึงบ้านไม่ต้องลำบากในการหาซื้อ อีกทั้งต้องเสียแรงงานและเวลา
-   น้ำประปาสะอาดและราคาถูกที่สุด 

รู้จักกับเครื่องดื่มที่ช่วยให้ผู้หญิงสดใสและสุภาพดี บรรดาเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่นอกจากจะช่วยแก้คอแห้งดับกระหายแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับผู้หญิงอย่างเรา ๆ ด้วยค่ะ และที่ริสาอยากแนะนำว่าไม่ควรพลาดก็มีดังนี้ น้ำผักผลไม้สด ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ แครอต บีทรูท ฯลฯ ที่คั้นกันใหม่ ๆ (แบบแยกสกัดกาก) แล้วดื่มทันที นี่แหละที่อุดมไปด้วยเอนไซม์ ที่จะเป็นตัวช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ เสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานโดยปกติ อันเป็นสาเหตุให้คนอ่อนเพลียผิดปกติ หรือหงุดหงิดเกินกว่าเหตุ ตลอดไปจนถึงเป็นมะเร็ง และอาการผิดปกติหลาย ๆ ประการ จึงไปต้องสงสัยว่าจะดีกับสุขภาพของผู้หญิงเราขนาดไหน น้ำมะพร้าว อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี นอกจากนั้นยังมีน้ำตาลกลูโคสดื่มช่วยให้ร่างกายสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว คุณสมบัติที่โดดเด่นของน้ำมะพร้าวกับผู้หญิงก็คือ ช่วยเรื่องความสดใสของผิวพรรณเพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยืนยันว่า น้ำมะพร้าวช่วยชะลอโรคอัลไซเมอร์ในกลุ่มหญิงวัยทองได้อีกด้วย เยี่ยมไปเลยจริงไหมคะ น้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นมีดีซ่อนอยู่มากมายค่ะ ในถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน A, B, B1, B2, B6, B12 ไนอาซิน และวิตามิน C, D, E และในเมล็ดถั่วเหลืองยังมี “เลซิทิน” ซึ่งเป็นสารบำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ ลดไขมัน และลดโคเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย น้ำเต้าหู้นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีแล้ว ยังดีกับผู้หญิงเราตรงที่ในน้ำเต้าหู้จะมีสารเคมีที่ชื่อว่า ไอโซฟลาโวน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ประโยชน์ของสารตัวนี้สามารถลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ น้ำสะอาด เครื่องดื่มใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามความสำคัญ ทั้ง ๆ ที่น้ำเป็นองค์ประกอบของน้ำหนักตัวของคนเราถึง 75-85 % และในทุก ๆ เซลล์ที่ประกอบขึ้นเป็นอวัยวะในร่างกายจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบ น้ำจึงทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ ช่วยให้การทุกระบบในร่างกายทำงานอย่างประสานกันได้อย่างดี ถ้าร่างกายขาดน้ำหรือได้รับน้ำน้อยเกินไป จะทำให้เลือดข้นหนืดเกิดอาการสมองมึนงง เหนื่อยง่าย รวมถึงเกิดปัญหากับไต กระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ อีกด้วย เพราะฉะนั้นต้องอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วค่ะ

ช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง บางคนอาจจะลืมรักษาสุขภาพเพราะเพลินกับการเฮฮาปาร์ตี้มากไป ฉะนั้น การที่ได้รับรู้ความสำคัญเกี่ยวกับการพักผ่อน โดยเฉพาะการนอนหลับ จึงน่าจะช่วยสะกิดเตือนให้ผู้รักสุขภาพทั้งหลาย ระมัดระวังในช่วงแห่งการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไม่มากก็น้อย และยิ่งเป็นคุณผู้หญิงแล้วละก็ การอดนอนคู่มากับหน้าตาและผิวพรรณโดยตรง เพราะเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการนอนนี้ เครื่องสำอางเอสเต ลอเดอร์ เป็นผู้รวบรวมมาเผยแพร่

          การนอน คือ เวลาที่ร่างกายผลิตโปรตีนเพิ่มขึ้น ซึ่งคือการสร้างเซลล์ผิว กระบวนการเสริมการผลิตโปรตีน จะเป็นการฟื้นบำรุงเนื้อเยื่อและเซลล์ผิว ซึ่งจะช่วยเสริมการฟื้นบำรุงผิวนั่นเอง

         การนอน มีส่วนสำคัญในกระบวนการความจำ สมาธิ และการฟื้นบำรุงจากการถูกทำร้ายของเซลล์ผิวของร่างกายระหว่างวัน การอดนอนอย่างต่อเนื่องจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ และโรคติดเชื้อต่างๆ

         ฮอร์โมนความเครียดที่มากเกินไป ที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอ อาจทำให้การผลิตคอลลาเจนของผิวทำงานช้าลง

         การอดนอน อาจส่งผลให้การไหลเวียนเส้นเลือดไม่ดี ทำให้เกิดอาการตาบวม หรือเกิดถุงใต้ตาได้

         การหลับในในทุกขั้น มีผลโดยตรงต่อการแอนติออกซิแดนต์ ซึ่งมีผลต่อการเกิดผิวร่วงโรยก่อนวัย

         การฟื้นบำรุงเนื้อเยื่อ ก็เกิดขึ้นในช่วงการนอนเช่นกัน รวมถึงการฟื้นสภาพผิวจากการทำร้ายในระหว่างวันจากแสงยูวี การพักผ่อนอย่างเพียงพอ จึงเป็นการช่วยให้ผิวฟื้นบำรุงตัวเองอย่างเต็มที่

         อุณหภูมิปรกติของร่างกายของเราไม่ใช่ 37 องศาตลอดเวลาอย่างที่เข้าใจกัน สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรงดี เวลานอนในช่วงกลางคืนอุณหภูมิร่างกายจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงเวลา 04.00-05.00 น.

         อุณหภูมิการนอนและร่างกาย จะมีผลกระทบโดยตรงจากปฏิกิริยาของแสงแดดและความมืดในวงจรของแต่ละวัน ที่มีต่อเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในสมอง ความมืดทำให้เมลาโทนินเพิ่มขึ้นและอุณหภูมิของร่างกายลดลง ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น

         มนุษย์ มีการนอนโดยเฉลี่ยน้อยกว่าสัตว์ตระกูลลิงอย่างชิมแปนซี, กระรอก หรือบาบู อยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งสัตว์พวกนั้นมีการนอนโดยเฉลี่ย 10 ชั่วโมง

         ช่วง REM ของการนอน เกิดขึ้นประมาณ 2 ชั่วโมงต่อคืน โดยปรกติแล้วจะเริ่มต้นหลังจากหลับไปแล้วประมาณ 90 นาที

         เด็กวัยรุ่นต้องการการพักผ่อนมากพอๆ กับเด็กเล็กๆ คือประมาณ 10 ชั่วโมง ในขณะที่คนที่มีอายุมากกว่า 65 ปีต้องการน้อยที่สุด คือประมาณ 6 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่ที่มีอายุ 25-55 ปี

         การนอนประมาณ 8 ชั่วโมงถือว่ากำลังดีที่สุด

แสดงหน้าที่นั่งในเขตพระราชฐาน ข้างนอกก็แสดงได้ เท่าที่ปรากฏในหนังสือต่างๆ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง มีอยู่ ๕ อย่าง คือ ระเบ็ง โมงครุ่ม กุลาตีไม้แทงวิสัย และกระอั้วแทงควาย ผู้เล่นเป็นชายล้วน มีครั้งเดียวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๕ โปรดเกล้าฯ ให้ผู้หญิง คือ นางเถ้าแก่เล่นระเบ็งแทนชาย ในงานโสกันต์ พระเจ้าน้องยาเธอและพระเจ้าน้องนางเธอ ๕ พระองค์ มีปรากฏในพระราชนิพนธ์โคลงดั้นเรื่องโสกันต์


การเล่นกุลาตีไม้

กุลาตีไม้

      ในสมัยโบราณคงจะเล่นคู่กันกับ “โมงครุ่ม” เพราะการแต่งตัวเหมือนกัน ถือไม้กำพตเหมือนกัน ปัจจุบันแยกออกเป็นการละเล่น ๒ ชนิด คือ กุลาตีไม้ไม่มีดนตรีประกอบ ผู้เล่นจะแบ่งเป็นกลุ่ม กี่กลุ่มก็ได้ตามความเหมาะสมกับสถานที่ กลุ่มหนึ่งต้องมีจำนวนคู่ นั่งคุกเข่าหันหน้าเข้าหากันล้อมเป็นวงกลม วางไม้กำพตพาดทับกันไว้ตรงด้านหน้า เริ่มเล่นด้วยการร้องแล้วตบมือให้เข้ากับจังหวะ แล้วจะหยิบไม้กำพตตีเป็นจังหวะ แล้วหันไปตีกับคนซ้ายและขวา แล้วลุกขึ้นยืนตีกันเป็นคู่ๆ ท่าที่ขยับย่างและใช้ไม้กำพตตีกันจะเป็นไปตามจังหวะเพลงที่ร้อง ทำซ้ำๆ เรื่อยๆ ไปตอนจะเลิกผู้เล่นตีกันเป็นคู่ๆ ออกไปจากสถานที่เล่น

บทร้องประกอบมีว่า
ศักดานุภาพล้ำ     แดนไตร
สิทธิครูมอบให้          จึงแจ้ง
ฤทธาเชี่ยวชาญชัย      เหตุใคร นาพ่อ
พระเดชพระคุณปกเกล้า    ไพร่ฟ้าอยู่เย็น


การเล่นระเบ็ง

ระเบ็ง

      ระเบ็งเป็นการละเล่นในชุดพระราชพิธีที่แปลกกว่าอย่างอื่น คือแสดงเป็นเรื่องมาจากเทพนิยาย เนื้อร้องกล่าวถึงเทวดามาบอกให้บรรดากษัตริย์ร้อยเอ็ดเจ็ดพระนครไปเขาไกรลาส ระหว่างเดินทางก็เดินชมนกชมไม้ไปจนพบพระกาลมาขวางทางไว้ กษัตริย์เหล่านั้นไม่รู้จัก ก็ไล่ให้หลีกทางไปเงื้อธนูจะยิง พระกาลกริ้วมากจึงสาปให้สลบ แล้วพระกาลเกิดสงสารจึงถอนคำสาบให้ฟื้นดังเดิม แล้วขอร้องให้กลับเมืองดังเดิม กษัตริย์ก็เชื่อฟังกลับเมือง

การแต่งกาย ผู้เล่นเป็นกษัตริย์น้อยใหญ่ แต่งกายเหมือนกันทุกคน นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าเกี้ยว สวมเสื้อคอตั้งแขนยาว ปล่อยชายไว้นอกผ้านุ่ง มีผ้าคาดพุง ศีรษะสวมเทริด มือถือธนู

ผู้เล่นเป็นพระกาลแต่งกายได้ ๒ แบบ คือ เครื่องแต่งตัวเหมือนผู้เล่นเป็นกษัตริย์น้อยใหญ่ สวมเสื้อครุยทับ ศีรษะสวมลอมพอก (ชฎาเทวดาตลก สีขาว ยอดแหลมสูง) หรือแต่งตัวยืนเครื่อง ทรงเครื่องเหมือนกษัตริย์ในละครรำ แต่ไม่สวมเสื้อ

       การเล่นในสมัยก่อนใช้ฆ้อง ๓ ใบเถา เรียกว่า “ฆ้องระเบง” ตีรับท้ายคำร้องทุกๆ วรรค โดยตีลูกเสียงสูงมาหาต่ำ จากต่ำมาหาสูง ปรากฏในพระราชนิพนธ์โคลงดั้น เรื่อง “โสกันต์” ต่อมาใช้ปี่พาทย์บรรเลง เริ่มต้นจะบรรเลงเพลง “แทงวิสัย” ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะกับการเต้นของผู้เล่นเป็นกษัตริย์น้อยใหญ่ ซึ่งจะมีจำนวนเท่าไรก็ได้ให้พอกับเวทีหรือสนามที่เล่น เมื่อเต้นไปสุดเวที ผู้เล่นที่อยู่หัวแถวจะร้องต้นบทว่า “โอละพ่อถวายบังคม” ผู้เล่นทั้งหมดจะร้องรับพร้อมๆ กันว่า “โอละพ่อถวายบังคม” ผู้เล่นทำท่าถวายบังคมไปด้วย เป็นการรำถวายบังคมพระเจ้าแผ่นดิน

ต่อจากรำถวายบังคมแล้ว ผู้เล่นจะแปรแถวอย่างเป็นระเบียบ แล้วผู้เล่นก็ร้องบทต่อไปลุกขึ้นเต้น ปากก็ร้องบทไปเรื่อยๆ เมื่อยกขาขวาจะทำท่าเอาลูกธนูตีลงไปบนคันธนู วางขาขวา ยกขาซ้าย เหยียดมือขวาออกไปข้างตัวจนสุดแขนเป็นท่าง้างธนู จนกระทั่งมาพบพระกาล  ตัวอย่างบทถวายบังคมตอนหนึ่งมีว่า
โอละพ่อขอถวายบังคม
โอละพ่อประนมกรทั้งปวง
โอละพ่อบัวตูมทั้งปวง
โอละพ่อบัวบานทั้งปวง ฯลฯ

       มีบทเดินดง ชมนก ชมไม้ บทปะทะ พบพระกาล บทพระกาลสาป และบทคืนเมือง


การเล่นโมงครุ่ม หรือมงครุ่ม

โมงครุ่ม (มงครุ่ม)

      เป็นการละเล่นมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การแต่งตัวของผู้เล่นเหมือนกับระเบ็ง มือถือไม้กำพต คือ กระบองสั้นแต่มีด้ามยาว มีกลองประกอบการเล่น กลองใหญ่เหมือนกลองทัด หน้ากว้างประมาณ ๕๕ เซนติเมตร ผู้เล่นแบ่งออกเป็นกลุ่ม จะมีกี่กลุ่มก็ได้ กลุ่มละ ๔ คน กลุ่มหนึ่งมีกลองโมงครุ่ม ๑ ใบ อยู่ตรงกลาง ด้านหน้ามีผู้เล่น ๒ คน ด้านหลัง ๒ คน ต้องมีผู้เล่น ๑ คน มายืนตรงหน้าคอยตีโหม่งบอกท่าทางให้ผู้เล่นทำตาม

เมื่อผู้ตีโหม่งให้สัญญาณผู้เล่นเข้าประจำที่แล้ว คนตีโหม่งจะร้อง”อีหลัดถัดทา” และตีโหม่ง ๒ ทีแล้วบอกท่าต่างๆ ผู้เล่นจะยักเอวซ้ายที ขวาที จะร้อง “ถัดถัดท่า ถัดท่าท่าถัด” จนกว่าคนตีโหม่งจะให้สัญญาณเปลี่ยนท่า ผู้ตีโหม่งจะรัวสัญญาณให้ผู้เล่นหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยวิธีร้องบอกว่า “โมงครุ่ม” ตีโหม่ง ๒ ที (มงๆ) ผู้เล่นจะใช้ไม้กำพตตีหนังกลอง ซ้ายที ขวาที (ดังครุ่มๆ) ผู้ตีโหม่งจะรัวสัญญาณให้ผู้เล่นหยุด แล้วบอกท่าใหม่ ท่าที่เล่นมีมากมายหลายท่า เช่น ท่าบัวตูม ท่าบัวบาน ท่าลมพัด ท่ามังกรฟาดหาง พระจันทร์ทรงกลด เมขลาล่อแก้ว รามสูรขว้างขวาน ฯลฯ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงพระนิพนธ์ท่ารำโบราณไว้ในสาส์นสมเด็จ การเล่นแบบนี้บางท่านเรียก “อีหลัดถัดทา” ที่เรียกว่าโมงครุ่ม สันนิษฐานว่าคงจะเรียกชื่อตามเสียงโหม่งและเสียงกลองที่ดัง

ไพ่ทาโร่ห์หรือไพ่ยิปซี เป็นที่รู้จักกันมายาวนานตั้งแต่พุทธศตวรรณที่ 20 เป็นต้นมา ในอดีตไพ่ทาโร่ต์เป็นที่รู้จักกันในรูปแบบของเกม การละเล่น แต่สำหรับประเทศอาณานิคมของอังกฤษไพ่ทาโร่ต์ถูกใช้ในการทำนายดวงชะตาราศีซึ่งเชื่อกันว่ามีความแม่นยำเป็นเป็นเหมือนลายแทงชีวิตที่บอกความเป็นไปของทุกช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดไปจนตาย

ไพ่ทาโร่ต์ที่ใช้ทำนายกันอยู่ในปัจจุบันและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือไพ่ทาโร่ต์ Raider – Waite ซึ่ง 1 ชุดมี 78 ใบ แบ่งเป็นชุดใหญ่ 22 ใบ บอกเหตุการณ์ที่ต้องเกิด เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นไพ่ที่มีความสำคัญมาก และชุดย่อย 56 ใบ หมายถึงสิ่งที่ผ่านเข้ามาในแต่ละช่วงชีวิต

การวางไพ่สำหรับทำนายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการวางไพ่แบบ เซลติกครอส ซึ่งจะใช้ดูเหตุการณ์ในปัจจุบัน

ตำแหน่งและความหมายของไพ่ 
ตำแหน่งที่ 1 หมายถึง วาสนา บุคลิกลักษณะ นิสัยใจคอ สภาพจิตใจ และสถานการณ์ปัจจุบัน
ตำแหน่งที่ 2 หมายถึง เหตุการณ์ที่กำลังจะเข้ามา สิ่งแวดล้อม และอุปสรรค์ ซึ่งเป็นตำแหน่งมีผลกระทบกับเจ้าชะตาค่อนข้างมาก
ตำแหน่งที่ 3 หมายถึง ความคิด ความตั้งใจ อนาคต อาจหมายถึงญาติผู้ใหญ่หรือพ่อก็ได้
ตำแหน่งที่ 4 หมายถึง อดีตที่ผ่านมาแล้ว สิ่งที่ส่งเสริมดวงชะตาในช่วงนั้นๆ บอกสถานะทางการเงิน การงานและอาชีพ ถ้าเป็นบุคคลหมายถึงคนข้างเคียง คนรักและคน
ตำแหน่งที่ 5 หมายถึง อดีตที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน บ่อเกิดของปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ถ้าเป็นบุคคลจะหมายถึงบริวาร ลูกน้อง ซึ่งตำแหน่งนี้สามารถนำไปใช้ดูร่วมกับไพ่ในตำแหน่งที่ 4 ได้
ตำแหน่งที่ 6 หมายถึง อนาคต เป้าหมาย สิ่งที่มุ่งหวัง หรือความคิด และหมายถึงผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง แม่ หรือเจ้านายที่เป็นผู้หญิง
ตำแหน่งที่ 7 หมายถึง ปัญหา วิธีคิด การแก้ไขปัญหาที่กำลังประสบอยู่
ตำแหน่งที่ 8 หมายถึง สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง คนที่อยู่ใกล้ คนที่ไม่ได้สนิทกัน ตำแหน่งนี้จะเป็นสิ่งบอกถึงการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่
ตำแหน่งที่ 9 หมายถึง ความหวาดกลัว ความกังวล ความลับที่เจ้าของชะตาปกปิดไว้
ตำแหน่งที่ 10 หมายถึง บทสรุปทั้งหมดของไพ่ที่เปิดได้ บอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 1 ปี

ตัวอย่างไพ่และคำทำนายบางส่วน

ไพ่ The Fool
The Fool หรือไพ่มนุษย์เจ้าสำราญ ถ้าหากว่าหยิบได้ไพ่ใบนี้ขึ้นมา แสดงว่าชะตาชีวิตของคุณจะไม่สิ้นสุดหรือไม่หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเสียที แม้ว่าดวงชะตาของคุณจะเกิดมาท่ามกลางฐานะร่ำรวย มีเงินทองใช้จ่ายอย่างสบาย แต่โอกาสที่เงินทองจะหมดไปก็เป็นไปได้เช่นกัน ซึ่งระยะนี้การเงินของคุณจะเริ่มฝืดตัว เป็นช่วงที่รายได้ที่ได้มาอาจขาดมือหรือหมดรายได้ แถมยังจะมีรายจ่ายมากขึ้นตามมาอีกต่างหาก ซึ่งส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายของคุณจะหมดไปกับการเที่ยวเตร่สนุกสนานตามสถานบันเทิงเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นพึงระวังการรักสนุกอาจทำให้คุณทุกข์ถนัดเมื่อถึงช่วงที่เงินขาดมือ แต่ยังไงก็ตามด้วยพื้นฐานทางการเงินที่ดีและความสามารถในการหาเงินของคุณ จึงมักจะมีเงินผ่านเข้ามาอยู่ในมืออย่างง่ายดาย แต่ตราบใดที่คุณยังใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ เงินทองก็จะร่อยหรอและหมดลงอย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน

ไพ่ The Lovers
The Lovers หรือไพ่แห่งความรัก ไพ่เดอะเลิฟเว่อร์นั้นเป็นเสมือนตัวแทนของคนที่กำลังมีความรักเลยล่ะค่ะ ดังนั้นช่วงนี้ความรักของคุณจึงดีมากๆ เลยทีเดียว คนที่ยังไม่พบรักยังไม่มีคู่ ก็จะพบคนถูกใจในไม่ช้า แต่อาจจะต้องอาศัยแม่สื่อพ่อสื่อคอยชักนำมาให้รู้จัก หรือไม่คุณก็จะได้พบคนรักในงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เพื่อนฝูงชักชวน ส่วนคนที่มีคู่รักแล้ว ความรักก็จะมีความสุขดี ต่างคนต่างคอยดูแลเอาใจใส่ห่วงใยกัน จนเป็นที่อิจฉาของคนรอบข้างเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าคบหาดูใจกันมานานน่าจะลองพูดคุยถึงเรื่องการแต่งงานในช่วงนี้ โอกาสดีๆ กำลังเข้ามาคุณทั้งคู่ ผู้ใหญ่ก็ให้การสนับสนุนด้วยดี ส่วนคนที่มีครอบครัวก็จะอบอุ่นและมีความสุขเช่นเดียวกัน ไม่แน่คุณอาจจะมีข่าวดีเกี่ยวกับสมาชิกใหม่ในไม่ช้านี้ก็ได้ ส่วนคู่ไหนที่เรื่องความรักดูจืดชืดและน่าเบื่อหน่ายไปบ้างในช่วงที่ผ่านมา ช่วงนี้ก็จะกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

ไพ่ Death
ไพ่ Death หรือไพ่แห่งความตาย ถ้าเปิดได้ไพ่ใบนี้ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปใหญ่โตเพราะคำทำนายไม่ได้น่ากลัวอย่างชื่อของไพ่ หากคุณเปิดไพ่ใบนี้แล้วถามเรื่องเกี่ยวกับการงาน จะบอกว่าระยะนี้งานของคุณจะหนักและยุ่งยากมากขึ้น ที่สำคัญดูเหมือนจะย่ำอยู่กับที่ไม่ก้าวหน้าอย่างที่หวังไว้ด้วย นอกจากนี้คุณจะพบกับความโดดเดี่ยวทางการงาน อาจถูกตำหนิ ทำโทษในงานที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ จะมีคนเอางานยากๆ หรือปัญหาที่แก้ไขไม่ได้มาให้คุณแก้ ทั้งๆ ที่ปัญหาเหล่านั้นคุณไม่ได้เป็นฝ่ายก่อ ยิ่งไปกว่านั้นการงานที่คิดฝันได้แต่วาดโครงการเอาไว้เพียงลมๆ ยังไม่มีโอกาสลงมือทำ และถึงแม้จะริเริ่มโครงการใดๆ ก็ตาม จะไม่มีทางสำเร็จและมองไม่เห็นทางก้าวหน้าด้วย ไม่ว่าจะคิดเปลี่ยนแปลงหรือว่าโยกย้ายที่ทำงาน กิจการส่วนตัว รวมทั้งขยายกิจการใหม่ ก็ต้องอดใจรอคอยไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะช่วงนี้ยังคงมีอุปสรรค หรือถึงจะมีช่วงที่ดีบ้างแต่มักจะมีเรื่องที่ยังค้างคากลับมาสร้างปัญหาให้อยู่เรื่อยๆ คุณควรระวังเรื่องสุขภาพที่ไม่ดีของตัวเองและคนในครอบครัวให้มาก รวมทั้งญาติพี่น้อง ควรหาเวลาสะเดาะเคราะห์ ถือศีล กินเจ สักระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีในการแก้ไขเรื่องเลวร้ายต่างๆ ได้ดี

ไพ่ The Hanged Man
The Hanged Man หรือไพ่คนถูกแขวน ทำนายถึงช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบาก และสับสน คุณอาจจะต้องอยู่ในภาวะกล้ำกลืนฝืนทนจึงจะเอาชนะอุปสรรคไปได้ ธุรกิจการงานส่วนตัวที่คิดจะโต้คลื่นทวนกระแสควรไตร่ตรองและรอดูจังหวะไปสักระยะหนึ่งก่อน ระยะนี้ผลงานของคุณยังไม่โดดเด่นและไม่เป็นที่ชอบใจของเจ้านายหรือผู้บังคับบัญชา ใครที่เป็นลูกจ้างหรือพนักงานบริษัท ระวังมีสิทธิ์ถูกปลดออกจากงานหรือจากตำแหน่งงานที่รับผิดชอบได้ เพราะเจ้านายไม่เห็นความสำคัญ จนคุณอาจจะถอดใจและตัดสินใจออกมาทำงานส่วนตัวหรือสมัครงานใหม่เลยก็ได้ แต่ยังไงควรระงับความคิดนี้ไว้ก่อนไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายหนีเสือปะจระเข้ เพราะงานใหม่จะยิ่งเหนื่อยสาหัสยิ่งกว่าเดิมอีก นอกจากนี้กิจการงานทุกอย่างจะเกิดความล่าช้าไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ มักมีอุปสรรคในสิ่งต่างๆ หน้าที่การงานที่ถูกโฉลกกับคุณจะต้องเกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง หรือเป็นงานที่ต้องออกแรงหนักๆ ผิดกับงานที่นั่งโต๊ะจะไม่ถูกโฉลกเลยเพราะจะมีปัญหาขัดแย้งทั้งกับเจ้านาย ลูกน้อง และเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งผู้ที่มาติดต่อด้วย ระยะนี้จะมีการโยกย้ายและเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ ระวังจะมีแต่เรื่องยุ่งยากลำบากเข้ามาหานะคะ ที่สำคัญให้ระวังสุขภาพไม่สมบูรณ์ อาหารการกินต้องดูให้ดีมีสิทธิโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอาจมาเยือนได้

ไพ่ The Emperor
The Emperor หรือไพ่จักรพรรดิ ใครเปิดได้ไพ่ใบนี้ต้องของแสดงความยินดีกับเจ้าของชะตาเป็นอย่างสูง เพราะแสดงว่าระยะนี้ฐานะการเงินของคุณจะดีขึ้น มีโอกาสได้รับเงินโบนัสพิเศษอย่างมากมาย การเงินการลงทุนจะมีรายได้ผลตอบแทนที่ดีมาก เป็นช่วงที่มือขึ้นก็ว่าได้ หยิบจับทำอะไรก็งอกเงยเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด นอกจากนี้คุณยังมีโอกาสร่ำรวยและมีชื่อเสียงอีกด้วย แต่ก็อย่าได้ลืมตัวหรือประมาทจนเกินไปเพราะอาจมีเหตุการณ์พลิกผันทำให้ชีวิตตกต่ำลงได้เช่นกัน ในด้านของโชคลาภจะมีระดับเป็นหลักทรัพย์ก้อนใหญ่ไม่น้อยกว่า 1 ล้าน คุณอาจได้รับมรดกเป็นจำนวนก้อนโตหรือได้รับโชคลาภจากทางไกล ทั้งลาภลอยและการเสี่ยง แต่ให้ระวังจะเสียเงินเสียทองด้วยเรื่องคดีความหรืออาจถูกปรับขึ้นโรงขึ้นศาลก็ได้

ชีวิตมีขึ้นมีลง ไพ่ทาโร่ต์อาจจะลิขิตชะตาชีวิตของเจ้าชะตา และเราสามารถลิขิตทางเดินชีวิตของเราเองได้ เดินทางถูกชีวิตก็ราบรื่นและประสบความสำเร็จได้เช่นกัน